"กระแสเรียก กระแสรัก"

เมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน ที่ผ่านมา ฉันมีโอกาสได้ไปร่วมฉลองวัดอัครเทวดามีคาแอล ปราจีนบุรี ได้ยินสัตบุรุษเค้าพูดกันว่า ปีนี้ มีร้านค้าย่อยมาขายของน้อยจัง มีสัตบุรุษต่างวัดมาบางตากว่าปีก่อนๆ คงเพราะข่าวน้ำท่วมเมืองปราจีนฯ ดังไปทั่วประเทศ เสียงโทรศัพท์กริ้ง ...กร้าง...กัน น้ำท่วมถึงไหน? น้ำล้นเขื่อนหรือเปล่า? ฉลองวัดได้ไหม? ฝนตกตลอดเลยหรือ? อากาศเป็นไง? ฯลฯ เสียงเจ้าภาพตอบอย่างแข็งขันว่า ทุกอย่างเรียบร้อย แค่รอคนมาฉลองวัด สร้างความมั่นใจและใจชื้นขึ้นมาได้เยอะ ไงๆ ปีนี้ ได้ฉลองวัดปราจีนฯ แน่นอน

และแล้ว ก็ไม่พลาด โชคดีที่พระจัดสรร เพราะข่าวล่วงหน้าที่บอกต่อๆ กันว่า พ่อเด่นที่ไปเป็นธรรมทูตที่เขมร จะเข้าพิธีถวายตัวตลอดชีวิตด้วย และคงเป็นข่าวนี้กระมัง ที่หลายคนบ่ายหน้าขับรถ / นั่งรถเข้าเมืองปราจีนฯ อยากเห็นพิธีถวายตัวตลอดชีพของธรรมทูต  ฉลองวัดปราจีนฯ ปีนี้ พ่อเด่นกลายเป็นนางกวัก เรียกแขกให้วัดบ้านเกิดตัวเองได้ไม่น้อย

 

มีอะไรๆ ที่สร้างความประทับใจให้กับหัวใจของคนที่ไปร่วมฉลองวัดปราจีนฯ ปีนี้ ไม่ว่าจะคำเทศน์ของพระคุณเจ้าสิริพงษ์ คำกล่าวขอบคุณของพระคุณเจ้าเองในท้ายพิธีฉลองวัด    คำกล่าวถึงประวัติย่อของคณะพระสงฆ์ธรรมทูตโดยคุณพ่ออาเดียอาโน และที่สุด หัวใจของใครต่อใครก็พองโต ที่พ่อชัชชัย รวมอร่ามกล่าวความในใจได้อย่างประทับใจ..มีตอนหนี่งว่า ที่มีวันนี้ มีพ่อชัชชัย เด็กชายที่พระเรียกให้เป็นพระสงฆ์สังฆมณฑลจันทบุรี แม้ตัวพ่อจะไปเป็นมิชชันนารี เป็นธรรมทูตในประเทศกัมพูชา แต่พ่อยังคงเป็นสงฆ์ของจันท์ฯ ตลอดไป พ่อเด่นกล่าวขอบคุณเตี่ยของพ่อ ที่อนุญาตให้พ่อไปเขมร แม้สิบปีที่ผ่านมานั้น แม่ของพ่อเด่นป่วย แต่เตี่ยบอกว่า ไปเถอะลูก ... เตี่ยจะดูแลแม่เอง ไม่ต้องเป็นห่วง (วันนี้ ทั้งเตี่ยและแม่ของพ่ออยู่ในสวรรค์แล้ว) และซาบซึ้งใจมากไปกว่านั้นอีก ... ที่พ่อเด่นบอกว่า กระแสเรียกของตนมาจากครอบครัวคริสตังค์ที่อบอุ่น มาจากชุมชนวัดปราจีนที่ศรัทธา และพอมาเป็นนักเรียน ก็ได้         ซิสเตอร์ที่มารีปราจีนฯ อบรมสั่งสอน บรรยากาศที่เอื้ออำนวยทั้งบ้าน-วัด-โรงเรียน ทำให้พ่อได้รับกระแสเรียกของสงฆ์ เมื่อพ่อเติบโตและสามารถเป็นธรรมทูตที่ถวายตัวตลอดชีวิตได้ในวันนี้ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างหล่อหลอมประกอบกัน

ตัวฉันเองเห็นด้วยกับพ่อเด่นเป็นอย่างยิ่ง ใครๆ ก็บอกว่า เวลาเห็นซิสเตอร์ยิ้มแย้มแจ่มใส เห็นซิสเตอร์ใจดีแล้ว เหมือนเห็นพระ กระแสเรียกของเด็กๆ หลายคน เริ่มต้นที่ได้สัมผัสกับซิสเตอร์ที่น่ารัก ใจดี มีเมตตา ยิ้มแย้มกับเด็ก พูดกับเด็กๆ ดีๆ ด้วยความรัก

มาถึงตรงนี้ เวลาได้ยินเด็กๆ เรียก...เตอร์ขา เตอร์จ๋า เตอร์อับ เตอร์อ๋า เตอร์เจ้าขา แม้แต่ถูกเรียกว่า..แท๊กเตอร์ เสียงเรียกซิสเตอร์อาจจะเพี้ยนไปบ้าง ตามอายุ เพศ เผ่าของเด็กๆ แต่นั่นเป็นเสียงเรียกที่ไพเราะที่สุดของพระอาจารย์เจ้า แล้ววันหนึ่ง ใครจะรู้ได้ว่า เจ้าเสียงเหล่านั้น ได้กลายเป็นพระสงฆ์  ได้เป็นมาร์เซอร์ ได้เป็นซิสเตอร์ ได้เป็นพ่อแม่ที่ดีของลูกๆ ได้เป็นนักขับร้องในวัด ได้เป็นนักเทศน์  หรือได้เป็นสารพัดเพื่อสังคม เพื่อพระศาสนจักร ... เพียงเพราะซิสเตอร์ใจดีและน่ารัก  ขอให้ฉันเป็นซิสเตอร์ที่น่ารักด้วยคนนะ นะ นะ ซิสเตอร์ขา..

--กลับสู่ "บทความ..เก็บตกชีวิต"--